ทำยังไงเมื่อรู้ตัวว่าน้ำหนักเริ่มขึ้น

ปัญหานี้มักจะเกิดขึ้นได้บ่อยๆสำหรับคนที่มีปาร์ตี้หลังเลิกงาน รวมทั้งคนที่เริ่มมีอายุมาก แม้ว่าจะทานอาหารเท่าเดิม แต่การเผาผลาญของร่างกายที่น้อยลง จึงทำให้มีโอกาสน้ำหนักตัวเพิ่มสูงขึ้นได้ ซึ่งวิธีการที่ดีที่สุดที่จะน้ำหนักตัวส่วนเกิน ออกไปได้ ก็คือการออกกำลังกายนั้นเอง

บทความแนะนำ>> 5 เรื่องน่ารู้เพื่อการออกกำลังกายเพื่อลดน้ำหนักให้ได้ผล

ก่อนอื่นถ้าคุณเริ่มอายุมากขึ้น อย่างน้อยสิ่งที่ควรมีก็คือเครื่องชั่งน้ำหนักสัก 1 อัน อาจจะเลือกซื้อเป็นเครื่องชั่งน้ำหนักดิจิตอล ที่เดียวนี้ราคาก็ไม่ได้แพงมาก โดยชั่งน้ำหนักอาทิตย์ละครั้ง เพื่อติดตามความเปลี่ยนแปลงของร่างกาย เมื่อไหร่ก็ตามน้ำหนักของร่างกายเพิ่มขึ้นประมาณ 1 โล ก็เริ่มเป็นสัญญาณที่บอกเราว่า ควรจะเริ่มออกกำลังกายได้แล้ว

การที่เราปล่อยน้ำหนักให้สูงขึ้นเรื่อยๆ นอกจากจะทำให้ลดน้ำหนักยากขึ้นแล้ว ยังทำให้คุณต้องเสี่ยงต่อโรคภัยไข้เจ็บต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น ความดันสูง เบาหวาน ไขมันสูง นอกจากนี้ยังทำให้สูญเสียความมั่นใจ รวมถึงอาจจะมีปัญหาเรื่องสุขภาพจิตตามมาได้

เริ่มต้นออกกำลังกายด้วยทัศนคติที่ดี

การเริ่มต้นออกกำลังกาย เป็นสิ่งที่ยากที่สุดในการออกกำลังกายทั้งหมด เหมือนกับที่พี่ตูนเคยให้สัมภาษณ์ว่า เวลาที่ยากที่สุด ก็คือตอนที่จะเริ่มออกมาวิ่ง เพราะมักจะมีปีศาจตัวร้าย ที่คอยมาบอกว่า อย่าไปทำเลยมันเหนื่อย นอนเล่นอยู่กับบ้านดีกว่า ดังนั้นแล้วในขั้นตอนแรก เราก็ควรที่จะมีทัศนคติเกี่ยวกับการออกกำลังกายที่ดีเสียก่อน เพราะจะสามารถช่วยเป็นแรงบันดาลใจและเป็นแรงผลักดัน ให้เราสามารถออกกำลังกายต่อเนื่องได้อย่างยาวนาน

1 อย่าหาข้ออ้างให้ตัวเอง

เชื่อว่าคนที่ไม่ได้ออกกำลังกาย หลายคนมักจะมีข้ออ้างให้กับตัวเองอยู่เสมอ ดังนั้นในการเริ่มต้นออกกำลังกายของเรา ก็ควรที่จะไม่ต่อรองใดๆ กับตัวขี้เกียจ หลายคนจะอ้างว่าไม่มีเวลา ซึ่งอย่างที่กล่าวในบทความ “เรื่องน่ารู้เพื่อการออกกำลังกายให้ได้ผล” ว่าการออกกำลังกายไม่จำเป็นต้องต่อเนื่อง ถ้าตราบใดที่คุณยังมีเวลานอนดูทีวี มีเวลาไปเดินช็อปปิ้งกับเพื่อน คุณก็ไม่สามารถอ้างได้ว่าคุณไม่มีเวลา

2 ตั้งเป้าหมายให้ต่อเนื่อง

การออกกำลังกายก็เหมือนการวิ่งแข่งของกระต่ายกับเต่า 80% ของคนที่ลดน้ำหนักไม่สำเร็จ ก็เพราะว่าทำตัวเป็นกระต่าย ออกกำลังกายวันสองวัน เล่นอย่างหนักหน่วง แล้วก็เหนื่อยจนท้อไป ในการเริ่มต้นออกกำลังกายคุณควรทำตัวเป็นเต่า โดยเริ่มจากน้อยๆ แต่ทำอย่างสม่ำเสมอ ยิ่งคุณทำต่อเนื่องได้นานเท่าไหร่ ไม่เพียงแค่น้ำหนักของคุณจะลด แต่สุขภาพโดยรวมทั้งสุขภาพกายและสุขภาพใจ จะเปลี่ยนไปเหมือนกับคนละคนเลยทีเดียว ดังนั้น คุณตั้งเป้าหมายว่าจะออกกำลังกายอย่างต่อเนื่อง ไม่ต้องไปคิดถึงระยะเวลาว่าจะต้องใช้เวลาเท่าไร แค่ให้เชื่อเพียงอย่างเดียวว่า ” ตราบใดที่คุณยังออกกำลังกาย คุณก็จะหุ่นดีขึ้นและสุขภาพก็จะดีขึ้นด้วย”

3 เลือกการออกกำลังกายให้เหมาะสม

การเริ่มต้นออกกำลังกายเป็นเรื่องยาก โดยเฉพาะกับคนที่ไม่เคยออกกำลังกายมาทั้งชีวิต ยิ่งยากเข้าไปใหญ่ ดังนั้นให้คุณลองเลือกกีฬาที่คุณชอบสัก 1 ชนิด มองดูว่าตัวเองสามารถทำอะไรได้บ้าง ถ้าเป็นคนที่ทำงานดึก คุณอาจจะซื้อดัมเบล ซื้อเสื่อโยคะ มาติดไว้ในห้องนอน เปิดคลิปสอนโยคะ สอนเบิร์นเอาท์ แล้วก็ออกกำลังกายด้วยการยกดัมเบล และเล่นโยคะสักครึ่งชั่วโมง แบบนี้ก็ได้แล้ว

  • ถ้าคุณเป็นคนที่ไม่สามารถออกกำลังกายได้ถ้าไม่มีเพื่อน ก็อาจจะต้องเลือกกีฬาเช่น แบดมินตัน ว่ายน้ำ วิ่ง ปั่นจักรยาน ซึ่งก็จะทำให้การออกกำลังกายของคุณเป็นไปได้อย่างยาวนานขึ้น
  • ถ้าจนแล้วจนรอดคุณไม่ชอบอะไรเลยสักอย่าง ก็ลองหาพวกเครื่องเล่นเกม ซึ่งเดี๋ยวนี้เกมออกกำลังกายก็ทำออกมาน่าเล่นทั้งนั้น ทั้งในส่วนของเครื่อง Wii fit, X box, PS4 ซึ่งพอร่างกายของคุณแข็งแรงขึ้น บางทีคุณก็อาจจะอยากออกไปออกกำลังกายกับเพื่อนแล้วล่ะทีนี้

4 ไม่ต้องกำหนดเป้าหมายว่าจะต้องสำเร็จภายในเวลาเท่าไร

สิ่งที่จะทำให้คนออกกำลังกายเลิกลมมากที่สุด ก็คือการที่ตั้งเป้าหมายสูงจนเกินไป เช่นจะต้องออกกำลังกายวันละ 2 ชั่วโมงทุกวัน ในอาทิตย์แรกอาจจะทำได้ แต่พออาทิตย์ต่อๆไป ก็จะเริ่มขี้เกียจ และพอไม่ได้ทำสัก 2-3 วัน คุณก็จะบอกว่ามันไม่สำเร็จแล้ว แล้วก็เลิกล้มมันไป

แต่ถ้าลองเปลี่ยนเป้าหมายเป็นออกกำลังกายวันละ 20 นาทีถึงครึ่งชั่วโมง วันไหนคุณสนุกคุณก็ออกกำลังกายนานหน่อย วันไหนเหนื่อยก็สั้นหน่อย ซึ่งการตั้งเป้าหมายแค่เพียงในระดับที่พอทำได้แบบนี้ จะทำให้การออกกำลังกายของคุณต่อเนื่อง และไม่เลิกล้มไปง่ายๆ