เป็นหอบหืดควรออกกำลังกายอย่างไร

โรคประจำตัวบางอย่างอาจเป็นสาเหตุทำการออกกำลังกายเป็นไปได้อย่าง อย่างเช่น ในโรคหอบหืด โรคภูมิแพ้ โรคหลอดลมอักเสบ ซึ่งโรคที่เกี่ยวกับทางเดินหายใจเหล่านี้ จะทำให้การออกกำลังกายเป็นไปด้วยความลำบาก ทำให้คนที่กำลังคิดจะออกกำลังกาย ก็เลยหมดไฟเอาง่ายๆ เพราะว่าแค่เพียงวิ่งไม่กี่ก้าวก็หอบจนหายใจไม่ทันแล้ว แล้วควรจะทำอย่างไร เพื่อที่จะได้สามารถออกกำลังกายได้ วันนี้เรามีข้อมูลดี ๆ มาฝากกัน

ถึงแม้ว่าโรคที่เกี่ยวกับทางเดินหายใจ จะทำให้การออกกำลังกายทำได้ลำบากก็ตาม แต่ในทางกลับกัน การออกกำลังกายเป็นประจำ ก็จะช่วยทำให้อาการของโรคทุเลาลงได้ด้วยดังนั้นแล้วผู้ป่วยที่เป็นโรคหอบหืด ภูมิแพ้ หลอดลมอักเสบ ไซนัส จึงควรออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ โดยมีการพิสูจน์แล้วว่า การออกกำลังกายอย่างเป็นประจำ จะช่วยทำให้โรคต่างๆเหล่านี้ มีอาการลดน้อยลงด้วย

ต้องอบอุ่นร่างกายก่อนออกกำลังกายเสมอ

สำหรับผู้ป่วยที่เป็นโรคระบบทางเดินหายใจ ควรอบอุ่นร่างกาย หรือ warm up อย่างน้อย 15 นาที ก่อนที่จะออกกําลังกายเสมอ และนอกจากนี้ ควรดูเรื่องสภาพอากาศ สภาพฝุ่นละอองรอบข้าง ของสถานที่ที่จะไปออกกำลังกายด้วย ควรพยายามหลีกเลี่ยงสถานที่ออกกำลังกายที่อาจจะทำให้เกิดอาการภูมิแพ้กำเริบได้ และหลีกเลี่ยงการออกกำลังกายกลางแจ้งที่แดดร้อนจนเกินไปด้วย

ให้เลือกประเภทกีฬาที่แข่งกับตัวเอง

ขึ้นชื่อว่ากีฬา ก็มีอยู่หลากหลายประเภท แต่สำหรับผู้ป่วยที่เป็นระบบทางเดินหายใจ ควรจะเล่นกีฬาที่ไม่ต้องแข่งกับใคร เพราะการแข่งขันอาจจะทำให้มีความเครียด รวมถึงทำให้ฝืนตัวเองโดยไม่รู้ตัว ซึ่งอาจจะทำให้อาการหอบหืด แสดงอาการหนักขึ้นระหว่างออกกำลังกายได้

กีฬาที่เหมาะกับผู้เป็นหอบหืด และภูมิแพ้

ว่ายน้ำ

การออกกำลังกายด้วยวิธีการว่ายน้ำ เป็นการออกกำลังกายที่ถนอมร่างกายมากที่สุด ไม่เว้นแต่คนที่เป็นโรคหอบหืด หรือโรคระบบทางเดินหายใจ แต่ยังเหมาะกับผู้สูงอายุที่เป็นโรคข้อเข่า รวมทั้งคนที่ต้องการทำกายภาพบำบัด การว่ายน้ำจะช่วยเพิ่มอัตราการเต้นของหัวใจ ช่วยทำให้ร่างกายแข็งแรง โดยแทบจะไม่มีแรงกระแทกที่ส่งกลับมายังร่างกายเลย ซึ่งถือว่าเป็นการออกกำลังกายที่ดีที่สุดเลยก็ว่าได้

เวทเทรนนิ่ง

เวทเทรนนิ่ง หรือกีฬาเพาะกาย ก็เป็นอีกหนึ่งกีฬาที่เหมาะสมกับผู้ป่วยที่เป็นโรคหอบหืดหรือโรคภูมิแพ้อากาศ เนื่องจากว่าเป็นกีฬาที่ไม่ต้องแข่งกับใคร เพียงแค่ต้องใช้ความพยายามอย่างสม่ำเสมอเท่านั้น การออกกำลังกายด้วยวิธีเวทเทรนนิ่ง จะช่วยทำให้กล้ามเนื้อมีความแข็งแรงมากขึ้น รวมทั้งช่วยในเรื่องการทำงานของปอดและหัวใจ ซึ่งเป็นส่วนช่วยทำให้บรรเทาอาการของโรคภูมิแพ้และหอบหืดได้ เพียงแต่ในการเล่นเวทเทรนนิ่งนั้น จะต้องเริ่มจากเบาที่สุดเสียก่อน เมื่อร่างกายปรับตัวได้แล้ว จะสามารถออกกำลังกายได้นานขึ้นไปเอง

โยคะ

มีแค่เพียงเสื่อโยคะผืนเดียว ก็สามารถทำให้เราแข็งแรงได้ โยคะ เป็นการออกกำลังกายที่ประหยัด แต่ได้ผลตอบแทนที่สูงมาก ช่วยทำให้ร่างกายมีความยืดหยุ่น ช่วยทำให้การหายใจโล่งขึ้น เลือดลมสูบฉีดได้ดี และนอกจากนี้ยังทำให้เกิดสมาธิได้ด้วย

เดินเร็วหรือวิ่ง

สำหรับคนที่เป็นโรคหอบหืด หรือโรคไซนัสภูมิแพ้อากาศ การจะออกไปวิ่งคงเป็นไปได้ยาก แต่เชื่อได้เลยว่า มีคนที่เป็นหอบหืดหลายคน หายจากหอบหืดได้ด้วยการวิ่งนี่แหละ ในระยะแรกเราไม่จำเป็นต้องเดินเร็วมากนัก เพียงแค่ให้ร่างกายปรับตัว ให้พร้อมกับการเดินทุกวัน เมื่อร่างกายเคยชินจนหายใจสะดวกแล้ว ก็ค่อยๆเพิ่มความเร็ว จนกลายเป็นกึ่งเดินกึ่งวิ่ง ซึ่งถ้าไปถึงระดับนี้ได้แล้ว เชื่อว่าณตอนนั้นอาการภูมิแพ้คงไม่ได้รุนแรงสักเท่าไหร่แล้วล่ะ

ปั่นจักรยานอยู่กับที่

อีกหนึ่งกีฬาที่เหมาะสำหรับคนที่เป็นโรคหอบหืดหรือโรคภูมิแพ้อากาศ การปั่นจักรยานจะช่วยทำให้อัตราการเต้นของหัวใจ ระบบปอด ระบบทางเดินหายใจแข็งแรงขึ้น ถ้าอาการหอบหืดของคุณหนักมาก แนะนำว่าซื้อเป็นจักรยานออกกำลังกาย หรือ Spin Bike มาตั้งไว้ที่บ้านสัก 1 ตัว เลือกซื้อรุ่นที่มีราคาระดับกลางๆขึ้นไป เพราะจะให้ฟิลลิ่งในการขี่ที่สนุกกว่าของถูกมากนัก การปั่นจักรยานจะช่วยทำให้ระบบภูมิคุ้มกันทำงานได้ดีมากขึ้น อาการภูมิแพ้หรืออาการหอบหืดจะลดน้อยลงไป

คนที่เป็นหอบหืดเป็นโรคระบบทางเดินหายใจ จะต้องมีความพยายามอย่างสูงมากในการออกกำลังกาย รวมทั้งจะต้องเข้าใจดีว่าตัวเองไม่ได้แข็งแรงเหมือนคนอื่นเขา ดังนั้นในการเริ่มต้น ก็ควรจะเริ่มแต่เพียงเบาก่อน ไม่ควรหักโหมจนเกินไป นอกจากนี้ควรติดยาพ่นแก้หอบหืดไว้กับตัวเสมอ หากรู้สึกว่าร่างกายเกิดความผิดปกติขึ้น ควรรีบหยุดออกกำลังกายทันที ไม่ควรฝืนต่อไปเพราะอาจจะทำให้เกิดอันตรายได้